Navy89 Webboard

ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ

ความผิดต่อ ตำแหน่งหน้าที่ราชการ

โพสต์อ่าน กันลืม

ปอ. มาตรา ๑๔๗
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือ รักษา ทรัพย์ใด เบียดบัง ทรัพย์นั้น เป็นของ ตน หรือ เป็นของ ผู้อื่น โดยทุจริต หรือ โดยทุจริต ยอมให้ ผู้อื่น เอา ทรัพย์นั้น เสีย ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๔๘
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจ ในตำแหน่ง โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ เพื่อให้ บุคคลใด มอบให้ หรือ หามาให้ ซึ่ง ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด แก่ ตนเอง หรือ ผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท หรือ ประหารชีวิต

ปอ. มาตรา ๑๔๙
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือ สมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือ ยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์ อื่นใด สำหรับตนเอง หรือ ผู้อื่น โดยมิชอบ เพื่อ กระทำการ หรือ ไม่กระทำการ อย่างหนึ่งอย่างใด ในตำแหน่ง ไม่ว่า การนั้น จะชอบ หรือ มิชอบ ด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท หรือ ประหารชีวิต

ปอ. มาตรา ๑๕๐
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน กระทำการ หรือ ไม่กระทำการ อย่างใดในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด ซึ่ง ตนได้เรียก รับ หรือ ยอมจะรับไว้ ก่อนที่ตน จะได้รับแต่งตั้ง เป็นเจ้าพนักงาน ในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๑
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือ รักษา ทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่ง โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่ รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือ เจ้าของ ทรัพย์สินนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๒
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ จัดการ หรือ ดูแล กิจการใด เข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์ สำหรับตนเอง หรือ ผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง สิบปี และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สองหมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๓
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ จ่ายทรัพย์ จ่ายทรัพย์ นั้น เกินกว่าที่ควรจ่าย เพื่อประโยชน์ สำหรับตนเอง หรือ ผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง สิบปี และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สองหมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๔
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ หรือ แสดงว่าตน มีหน้าที่ เรียกเก็บ หรือ ตรวจสอบ ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือ เงินอื่นใด โดยทุจริต เรียกเก็บ หรือ ละเว้น ไม่เรียกเก็บ ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือ เงินนั้น หรือ กระทำการ หรือ ไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้ ผู้มีหน้าที่ เสีย ภาษีอากร หรือ ค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสีย หรือ เสีย น้อยไปกว่า ที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๕
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ กำหนดราคา ทรัพย์สิน หรือ สินค้าใดๆ เพื่อเรียกเก็บ ภาษีอากร หรือ ค่าธรรมเนียม ตามกฎหมาย โดยทุจริต กำหนดราคา ทรัพย์สิน หรือ สินค้านั้น เพื่อให้ ผู้มีหน้าที่เสีย ภาษีอากร หรือ ค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสีย หรือ เสียน้อยไปกว่า ที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๖
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ตรวจสอบบัญชีตามกฎหมาย โดยทุจริต แนะนำ หรือ กระทำการ หรือ ไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้มี การละเว้น การลงรายการในบัญชี ลงรายการเท็จในบัญชี แก้ไขบัญชี หรือ ซ่อนเร้น หรือ ทำหลักฐาน ในการลงบัญชี อันจะเป็นผลให้ การเสียภาษีอากร หรือ ค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสีย หรือ เสียน้อยกว่า ที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๗
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือ ปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง สิบปี หรือ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สองหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๕๘
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือ ทำให้สูญหาย หรือ ทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่ง ทรัพย์ หรือ เอกสารใด อันเป็นหน้าที่ของ ตน ที่จะ ปกครอง หรือ รักษาไว้ หรือ ยินยอมให้ ผู้อื่น กระทำเช่นนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน เจ็ดปี และ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นสี่พันบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๙
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ดูแลรักษา ทรัพย์ หรือ เอกสารใด กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โดย ถอน ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือ ทำให้ไร้ประโยชน์ หรือ โดยยินยอมให้ผู้อื่น กระทำเช่นนั้น ซึ่ง ตรา หรือ เครื่องหมาย อันเจ้าพนักงาน ได้ประทับ หรือ หมายไว้ที่ ทรัพย์ หรือ เอกสารนั้น ในการปฏิบัติการ ตามหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐานในการ ยึด หรือ รักษา สิ่งนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๖๐
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ รักษา หรือ ใช้ ดวงตรา หรือ รอยตรา ของ ทางราชการ หรือ ของ ผู้อื่น กระทำการ อันมิชอบด้วยหน้าที่ โดย ใช้ ดวงตรา หรือ รอยตรานั้น หรือ โดยยินยอมให้ผู้อื่น กระทำเช่นนั้น ซึ่ง อาจทำให้ ผู้อื่น หรือ ประชาชน เสียหาย ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ดวงตรา หมายถึง วัตถุ อาจเป็นไม้ เหล็ก ยาง ซึ่งแกะให้เป็นรูปรอยขึ้น และ เมื่อใช้ประทับแล้ว จะเกิดรอยตรา บนวัตถุที่ถูกประทับ
รอยตรา คือ รอยที่เกิดขึ้นจากการเอาดวงตรา มาประทับ

ปอ. มาตรา ๑๖๑
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ทำ เอกสาร กรอกข้อความลงใน เอกสาร หรือ ดูแลรักษา เอกสาร กระทำการ ปลอมเอกสาร โดยอาศัยโอกาส ที่ตนมีหน้าที่นั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน สิบปี และ ปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท

ถ้าไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ อาจผิดตาม มาตรา ๒๖๔ หรือ มาตรา ๒๖๕
อุทาหรณ์

ปอ. มาตรา ๑๖๒
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ทำ เอกสาร รับ เอกสาร หรือ กรอกข้อความลงใน เอกสาร กระทำการ ดังต่อไปนี้ ในการปฏิบัติการ ตามหน้าที่
(๑) รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการ อย่างใดขึ้น หรือว่า การอย่างใด ได้กระทำ ต่อหน้าตน อันเป็นความเท็จ
(๒) รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้ง ซึ่ง ข้อความ อันมิได้มีการแจ้ง
(๓) ละเว้นไม่จดข้อความ ซึ่ง ตนมีหน้าที่ ต้องรับจด หรือ จดเปลี่ยนแปลง ข้อความ เช่นว่านั้น หรือ
(๔) รับรองเป็นหลักฐาน ซึ่ง ข้อเท็จจริง อัน เอกสาร นั้น มุ่งพิสูจน์ความจริง อันเป็นความเท็จ
ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน เจ็ดปี และ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นสี่พันบาท

ปอ. มาตรา ๑๖๓
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ในการไปรษณีย์ โทรเลข หรือ โทรศัพท์ กระทำการ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) เปิด หรือ ยินยอมให้เปิด จดหมาย หรือ สิ่งที่ส่ง ทางไปรษณีย์ หรือ โทรเลข
(๒) ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้สูญหาย หรือ ยอมให้ผู้อื่น ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือ ทำให้สูญหาย ซึ่ง จดหมาย หรือ สิ่งอื่นที่ส่ง ทางไปรษณีย์ หรือ โทรเลข
(๓) กัก ส่งให้ผิดทาง หรือ ส่งให้แก่บุคคล ซึ่ง รู้ว่า มิใช่ เป็นผู้ควรรับ ซึ่ง จดหมาย หรือ สิ่งอื่น ที่ส่ง ทางไปรษณีย์ หรือ โทรเลขนั้น
(๔) เปิดเผย ข้อความ ที่ส่ง ทางไปรษณีย์ ทางโทรเลข หรือ ทางโทรศัพท์
ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๖๔
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน รู้ หรือ อาจรู้ความลับ ในราชการ กระทำโดยประการใดๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ให้ผู้อื่น ล่วงรู้ความลับนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๖๕
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ปฏิบัติการให้เป็นไป ตามกฎหมาย หรือ คำสั่ง ซึ่ง ได้สั่ง เพื่อบังคับการ ให้เป็นไป ตามกฎหมาย ป้องกัน หรือ ขัดขวาง มิให้การเป็นไป ตามกฎหมาย หรือ คำสั่งนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกิน สองพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๖๖
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ละทิ้งงาน หรือ กระทำการอย่างใดๆ เพื่อให้งาน หยุดชะงัก หรือ เสียหาย โดยร่วมกระทำการเช่นนั้นด้วยกัน ตั้งแต่ ห้าคน ขึ้นไป ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ถ้า ความผิดนั้น ได้กระทำลง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในกฎหมายแผ่นดิน เพื่อบังคับ รัฐบาล หรือ เพื่อข่มขู่ ประชาชน ผู้กระทำ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน สิบปี และ ปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท
ปอ. มาตรา ๑๔๗
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือ รักษา ทรัพย์ใด เบียดบัง ทรัพย์นั้น เป็นของ ตน หรือ เป็นของ ผู้อื่น โดยทุจริต หรือ โดยทุจริต ยอมให้ ผู้อื่น เอา ทรัพย์นั้น เสีย ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๔๘
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจ ในตำแหน่ง โดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือ จูงใจ เพื่อให้ บุคคลใด มอบให้ หรือ หามาให้ ซึ่ง ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด แก่ ตนเอง หรือ ผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท หรือ ประหารชีวิต

ปอ. มาตรา ๑๔๙
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือ สมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือ ยอมจะรับ ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์ อื่นใด สำหรับตนเอง หรือ ผู้อื่น โดยมิชอบ เพื่อ กระทำการ หรือ ไม่กระทำการ อย่างหนึ่งอย่างใด ในตำแหน่ง ไม่ว่า การนั้น จะชอบ หรือ มิชอบ ด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท หรือ ประหารชีวิต

ปอ. มาตรา ๑๕๐
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน กระทำการ หรือ ไม่กระทำการ อย่างใดในตำแหน่ง โดยเห็นแก่ ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใด ซึ่ง ตนได้เรียก รับ หรือ ยอมจะรับไว้ ก่อนที่ตน จะได้รับแต่งตั้ง เป็นเจ้าพนักงาน ในตำแหน่งนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๑
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือ รักษา ทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่ง โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่ รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือ เจ้าของ ทรัพย์สินนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๒
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ จัดการ หรือ ดูแล กิจการใด เข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์ สำหรับตนเอง หรือ ผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง สิบปี และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สองหมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๓
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ จ่ายทรัพย์ จ่ายทรัพย์ นั้น เกินกว่าที่ควรจ่าย เพื่อประโยชน์ สำหรับตนเอง หรือ ผู้อื่น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง สิบปี และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สองหมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๔
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ หรือ แสดงว่าตน มีหน้าที่ เรียกเก็บ หรือ ตรวจสอบ ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือ เงินอื่นใด โดยทุจริต เรียกเก็บ หรือ ละเว้น ไม่เรียกเก็บ ภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือ เงินนั้น หรือ กระทำการ หรือ ไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้ ผู้มีหน้าที่ เสีย ภาษีอากร หรือ ค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสีย หรือ เสีย น้อยไปกว่า ที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๕
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ กำหนดราคา ทรัพย์สิน หรือ สินค้าใดๆ เพื่อเรียกเก็บ ภาษีอากร หรือ ค่าธรรมเนียม ตามกฎหมาย โดยทุจริต กำหนดราคา ทรัพย์สิน หรือ สินค้านั้น เพื่อให้ ผู้มีหน้าที่เสีย ภาษีอากร หรือ ค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสีย หรือ เสียน้อยไปกว่า ที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๖
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ตรวจสอบบัญชีตามกฎหมาย โดยทุจริต แนะนำ หรือ กระทำการ หรือ ไม่กระทำการอย่างใด เพื่อให้มี การละเว้น การลงรายการในบัญชี ลงรายการเท็จในบัญชี แก้ไขบัญชี หรือ ซ่อนเร้น หรือ ทำหลักฐาน ในการลงบัญชี อันจะเป็นผลให้ การเสียภาษีอากร หรือ ค่าธรรมเนียมนั้น มิต้องเสีย หรือ เสียน้อยกว่า ที่จะต้องเสีย ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ ห้าปี ถึง ยี่สิบปี หรือ จำคุกตลอดชีวิต และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สี่หมื่นบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๗
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือ ปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง สิบปี หรือ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง สองหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๕๘
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือ ทำให้สูญหาย หรือ ทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่ง ทรัพย์ หรือ เอกสารใด อันเป็นหน้าที่ของ ตน ที่จะ ปกครอง หรือ รักษาไว้ หรือ ยินยอมให้ ผู้อื่น กระทำเช่นนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน เจ็ดปี และ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นสี่พันบาท

ปอ. มาตรา ๑๕๙
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ดูแลรักษา ทรัพย์ หรือ เอกสารใด กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โดย ถอน ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือ ทำให้ไร้ประโยชน์ หรือ โดยยินยอมให้ผู้อื่น กระทำเช่นนั้น ซึ่ง ตรา หรือ เครื่องหมาย อันเจ้าพนักงาน ได้ประทับ หรือ หมายไว้ที่ ทรัพย์ หรือ เอกสารนั้น ในการปฏิบัติการ ตามหน้าที่ เพื่อเป็นหลักฐานในการ ยึด หรือ รักษา สิ่งนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๖๐
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ รักษา หรือ ใช้ ดวงตรา หรือ รอยตรา ของ ทางราชการ หรือ ของ ผู้อื่น กระทำการ อันมิชอบด้วยหน้าที่ โดย ใช้ ดวงตรา หรือ รอยตรานั้น หรือ โดยยินยอมให้ผู้อื่น กระทำเช่นนั้น ซึ่ง อาจทำให้ ผู้อื่น หรือ ประชาชน เสียหาย ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ดวงตรา หมายถึง วัตถุ อาจเป็นไม้ เหล็ก ยาง ซึ่งแกะให้เป็นรูปรอยขึ้น และ เมื่อใช้ประทับแล้ว จะเกิดรอยตรา บนวัตถุที่ถูกประทับ
รอยตรา คือ รอยที่เกิดขึ้นจากการเอาดวงตรา มาประทับ

ปอ. มาตรา ๑๖๑
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ทำ เอกสาร กรอกข้อความลงใน เอกสาร หรือ ดูแลรักษา เอกสาร กระทำการ ปลอมเอกสาร โดยอาศัยโอกาส ที่ตนมีหน้าที่นั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน สิบปี และ ปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท

ถ้าไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ อาจผิดตาม มาตรา ๒๖๔ หรือ มาตรา ๒๖๕
อุทาหรณ์

ปอ. มาตรา ๑๖๒
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ทำ เอกสาร รับ เอกสาร หรือ กรอกข้อความลงใน เอกสาร กระทำการ ดังต่อไปนี้ ในการปฏิบัติการ ตามหน้าที่
(๑) รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการ อย่างใดขึ้น หรือว่า การอย่างใด ได้กระทำ ต่อหน้าตน อันเป็นความเท็จ
(๒) รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้ง ซึ่ง ข้อความ อันมิได้มีการแจ้ง
(๓) ละเว้นไม่จดข้อความ ซึ่ง ตนมีหน้าที่ ต้องรับจด หรือ จดเปลี่ยนแปลง ข้อความ เช่นว่านั้น หรือ
(๔) รับรองเป็นหลักฐาน ซึ่ง ข้อเท็จจริง อัน เอกสาร นั้น มุ่งพิสูจน์ความจริง อันเป็นความเท็จ
ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน เจ็ดปี และ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นสี่พันบาท

ปอ. มาตรา ๑๖๓
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ในการไปรษณีย์ โทรเลข หรือ โทรศัพท์ กระทำการ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) เปิด หรือ ยินยอมให้เปิด จดหมาย หรือ สิ่งที่ส่ง ทางไปรษณีย์ หรือ โทรเลข
(๒) ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้สูญหาย หรือ ยอมให้ผู้อื่น ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือ ทำให้สูญหาย ซึ่ง จดหมาย หรือ สิ่งอื่นที่ส่ง ทางไปรษณีย์ หรือ โทรเลข
(๓) กัก ส่งให้ผิดทาง หรือ ส่งให้แก่บุคคล ซึ่ง รู้ว่า มิใช่ เป็นผู้ควรรับ ซึ่ง จดหมาย หรือ สิ่งอื่น ที่ส่ง ทางไปรษณีย์ หรือ โทรเลขนั้น
(๔) เปิดเผย ข้อความ ที่ส่ง ทางไปรษณีย์ ทางโทรเลข หรือ ทางโทรศัพท์
ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๖๔
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน รู้ หรือ อาจรู้ความลับ ในราชการ กระทำโดยประการใดๆ อันมิชอบด้วยหน้าที่ ให้ผู้อื่น ล่วงรู้ความลับนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๖๕
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ปฏิบัติการให้เป็นไป ตามกฎหมาย หรือ คำสั่ง ซึ่ง ได้สั่ง เพื่อบังคับการ ให้เป็นไป ตามกฎหมาย ป้องกัน หรือ ขัดขวาง มิให้การเป็นไป ตามกฎหมาย หรือ คำสั่งนั้น ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกิน สองพันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ปอ. มาตรา ๑๖๖
ผู้ใด เป็นเจ้าพนักงาน ละทิ้งงาน หรือ กระทำการอย่างใดๆ เพื่อให้งาน หยุดชะงัก หรือ เสียหาย โดยร่วมกระทำการเช่นนั้นด้วยกัน ตั้งแต่ ห้าคน ขึ้นไป ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือ ปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ถ้า ความผิดนั้น ได้กระทำลง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในกฎหมายแผ่นดิน เพื่อบังคับ รัฐบาล หรือ เพื่อข่มขู่ ประชาชน ผู้กระทำ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน สิบปี และ ปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท

โดยคุณ เด็กแนว (222.123.89.*) [16 Apr 2009 12:20]




ขอเชิญร่วมตอบคำถามครับ
ความคิดเห็น
โดย
Email (สมาชิกไม่ต้องใส่)
กรุณาพิมพ์คำว่า "navy89" ลงในช่อง (เพื่อป้องกันการโพสท์โดยระบบอัตโนมัติ)




คลิกที่รูป เพื่อแทรกรูปลงในข้อความ
Password
(สำหรับสมาชิก)
เลือกรูป

[ สมัครสมาชิก | ปิดหน้าต่างนี้ ]
ติดต่อผู้ดูแลเว็บบอร์ดที่ : เว็บบอร์ดแห่งนี้ครับ